รองเลขานายกฯยันเช่าเหมาลำการบินไทยพานายกฯและคณะประชุมสหรัฐโปร่งใส

รองเลขานายกฯยันเช่าเหมาลำการบินไทยพานายกฯและคณะประชุมสหรัฐโปร่งใส

[ad_1]

รองเลขานายกฯยืนยันเช่าเหมาลำการบินไทยพานายกฯและคณะประชุมสหรัฐ โปร่งใส แจงบุตรสาวนายกฯช่วยภารกิจแม่ ไม่เกี่ยวข้องงานราชการ ย้ำจ่ายเงินเองไม่ใช้เงินหลวงแม้แต่บาทเดียว
 
น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหาร ชี้แจงการจัดหาพาหนะสำหรับการเดินทางมาประชุมสมัชชาสหประชาชาติ UNGA ครั้งที่ 78 ของนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลางคลังและคณะที่เป็นกระแสสังคม ว่า
 
การเช่าเหมาลำเครื่องบินในการเดินทาง มีปัจจัยหลายๆอย่าง คือ 1.การใช้เครื่องบินของกองทัพอากาศ (ทอ.) หรือการเช่าเหมาลำ เนื่องจากเมื่อเปรียบเทียบแล้ว เครื่องแอร์บัส 350 ของทอ. ซึ่งมีที่นั่ง first class จำนวน 6 ที่นั่ง และ business class จำนวน 30 ที่นั่ง แต่ business class สามารถใช้งานได้เพียงครึ่งเดียว และที่เหลือเป็น economy Class ทำให้กลุ่มวีไอพีบางส่วนต้องไปนั่งในชั้น economy Class
 
ขณะเดียวกันทอ.ยังเสนอราคามาแพงกว่าราคาเช่าเหมาของการบินไทย และไม่สามารถรับประกันได้ว่า หากติดภารกิจไม่สามารถให้บริการได้ อาจทำให้เกิดปัญหาภารกิจล่ม ไม่สามารถบริหารจัดการได้ทันเวลา
 
“บอกเลยทอ.เสนอมา 32 ล้าน (บาท) และ ณ วันที่ทอ.เสนอราคามา ตอนนั้นยังไม่ได้คิดค่าน้ำมันที่สูงขึ้น เดิมการบินไทยเสนอมา 25 ล้าน (บาท) ด้วยซ้ำ แต่ต้องมาเพิ่มเป็น 30 ล้าน(บาท) เพราะว่าราคาน้ำมันที่ต้องมาเติม ที่สหรัฐและโตเกียว ราคาสูงขึ้น เลยต้องบวกขึ้นมา 5 ล้าน(บาท) ซึ่งถ้าใช้ของทอ.อาจจะเป็นเกือบ 40 ล้าน (บาท)” รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ฝ่ายบริหาร ชี้แจง
 
น.ส.นัทรียา ยังกล่าวว่า ในส่วนที่ 2 คือ ราคาเครื่องบินที่เฉพาะเจาะจงใช้ราคากลางของการบินไทย เนื่องจากเป็นสายการบินตรง กรุงเทพฯ-นิวยอร์ก ซึ่งมีการให้บริการหน่วยงานราชการโดยปกติ และราคาเป็นไปตามความจริง ส่วนค่าอาหารการบินไทยคิดตามปกติในการบินพาณิชย์ทั่วไป ซึ่งในส่วนงบประมาณที่คิดไว้ 1.5 ล้านบาท หากหารเฉลี่ย 50 คน ก็จะเฉลี่ยคนละประมาณ 30,000 บาท หารตามมื้อจะเฉลี่ยคนละ 3,000 บาท ตามปกติที่มีการเสิร์ฟ
 
เมื่อถามถึง ผู้โดยสารที่เดินทางร่วมกับคณะซึ่งปรากฏชื่อ น.ส.ชนัญดา ทวีสิน บุตรสาวนายกรัฐมนตรี นั้น น.ส.นัทรียา ระบุว่า คณะเดินทางมีทั้งส่วนของคณะทางการ และผู้โดยสารที่ติดเครื่องมา
 
เช่น บุตรสาวของนายกรัฐมนตรี ท่านชำระทุกอย่างเอง ไม่ว่าค่าเครื่องบินก็ชำระตามหลักค่าใช้จ่าย ค่าอาหารทุกอย่างใช้เงินส่วนตัว ไม่ได้มาใช้เงินของราชการแม้แต่บาทเดียว
 
ซึ่งเป็นไปตามหลักพ.ร.บ.ของทำเนียบรัฐบาล ที่บังคับใช้ทั่วไป ทั้งนี้การเดินทางมาภารกิจของบุตรสาวนายกรัฐมนตรี เนื่องจากภริยานายกรัฐมนตรีเดินทางมาตามคำเชิญของสหรัฐอเมริกา
 
ซึ่งจะมีภารกิจดูงานของคู่สมรสเกี่ยวกับศูนย์บริการบริหารจัดการผู้สูงอายุของสหรัฐอเมริกา และเยี่ยมชมชุมชนชาวไทยที่มีปัญหา บุตรสาวนายกรัฐมนตรีจะมาช่วยศึกษาและดูแล ไม่ได้มีภารกิจใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับราชการหรือภารกิจของนายกรัฐมนตรี
“พูดง่ายๆ คือมาดูแลคุณแม่ และมาช่วยภารกิจของคุณแม่ มาศึกษาเรื่องการบริการผู้สูงวัย ซึ่งเมืองไทย มีปัญหาเรื่องการจัดการผู้สูงวัย และไม่มีเอกชนมา เอกชนก็มาของเขาเอง” น.ส.นัทรียา กล่าว
 
น.ส.นัทรียา ยังกล่าวด้วยว่า เรามาในฐานะผู้นำที่สหรัฐเชิญมา จะมีระบบรักษาความปลอดภัยที่เรียกว่า Secret Service หากนายกรัฐมนตรีเดินทางมาด้วยเครื่องบินโดยสารพาณิชย์ ผู้โดยสารบนเครื่องที่เดินทาง มาด้วยอาจจะเกิดความไม่พอใจ
 
เนื่องจากผู้โดยสารจะต้องรอการตรวจสอบบนเครื่องเป็นเวลา 1 ชั่วโมงกว่า ถึงจะสามารถนำเครื่องไปจอดในอาคารได้ ฉะนั้นเราไม่อยากให้กระทบผู้โดยสารทั่วไปซึ่งไม่คุ้มค่าที่จะเสียเวลาและอาจไม่เข้าใจว่า เดินทางมากับใคร บางคนอาจมีภารกิจที่เร่งรีบระยะเวลา 1 ชั่วโมงอาจทำให้เขาเกิดปัญหาได้
 
ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยเกิดขึ้นและไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก จึงเป็นสาเหตุที่เราเหมาลำและนำเครื่องมาเอง พร้อมยืนยันว่า ในพ.ร.บ.การจัดซื้อจัดจ้าง ฉบับใหม่ เราแสดงทุกอย่างบนเว็บไซต์ จึงเป็นที่มาของคำถามๆ ถึงค่าใช้จ่ายในการเดินทางมาปฎิบัติภารกิจของนายกรัฐมนตรี เพราะทุกอย่างดำเนินการด้วยความโปร่งใส.

แหล่งที่มา

[ad_2]

Scroll to Top