ย่าหนุ่มแรงงานเรียกชื่อหลานใส่หม้อให้กลับบ้านปลอดภัย

ย่าหนุ่มแรงงานเรียกชื่อหลานใส่หม้อให้กลับบ้านปลอดภัย

[ad_1]

ย่าหนุ่มชาวอุดรธานี ที่ไปเป็น แรงงาน ใน อิสราเอล ร้องเรียกชื่อหลานใส่หม้อนึ่งตามความเชื่อ ขอให้กลับบ้านอย่างปลอดภัย ด้านพ่อเผยถ้าลูกกลับมาได้ไม่มีวันให้กลับไปอีกแน่นอน จ้างแพงแค่ไหนก็ซื้อชีวิตลูกไม่ได้

 

จากกรณี นายอนุชา อ่างแก้ว หรือ อาร์ต อายุ 28 ปี ชาวต.ปะโค อ.กุดจับ จ.อุดรธานี หนึ่งในแรงงานไทยที่ถูกกลุ่ม ฮามาส จับเป็นตัวประกัน ที่ประเทศอิสราเอล ช่วงเช้ามืดวันที่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา 

ล่าสุดวันนี้ 9 ตุลาคม 2566 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปยังบ้านหลังหนึ่ง ในบ้านดอนพิลา ม.9 ต.ปะโค อ.กุดจับ จ.อุดรธานี พบนายพรชัยอ่างแก้ว อายุ 52 ปี นางวาสนา โยจำปา อายุ 45 ปี พ่อแม่นายอาร์ตและนางใบ อ่างแก้ว อายุ 76 ปี ย่า พร้อมด้วยญาติพี่น้องและเพื่อนบ้านพากันมารวมตัวให้กำลังใจและนั่งดูทีวีรับฟังข่าวสารเหตุการณ์สงครามที่ประเทศอิสราเอล ด้วยความห่วงใยและมีความหวังได้รับข่าวดี หลังรัฐบาลไทยเร่งดำเนินการช่วยเหลือแรงงานทุกคนที่อยู่ในพื้นที่สู้รบหรือพื้นที่เสี่ยงอันตราย

โดยนางใบ อ่างแก้ว ย่าของนายอาร์ต ได้นำหม้อนึ่งข้าวเหนียว มาร้องเรียกชื่อหลานชายด้วยภาษาอีสาน โดยเรียกขวัญหลานชายลงหม้อนึ่งข้าวที่บ้าน เพื่อให้วิญญาณบรรพบุรุษมาช่วยปกป้องรักษาคุ้มครองให้หลานชายรอดพ้นจากพยันอันตรายทั้งปวง และให้ได้รับข่าวดีโดยเร็ววัน และให้หลานเดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัยตามความเชื่อของคนอีสานตั้งแต่โบราณ

เพราะสงสารลูกชายและลูกสะใภ้ที่กินไม่ได้นอนไม่หลับหลังทราบข่าวลูกชายถูกจับเป็นตัวประกัน

ขณะที่พ่อของนายอาร์ต ได้พผู้สื่อข่าวไปดูบ้านของลูกชา ที่ปลูกสร้างอยู่ท้ายหมู่บ้าน นายอาร์ตส่งเงินมาให้พ่อปลูกสร้างจนแล้วเสร็จไป 80 เปอร์เซ็นต์แล้ว 

พ่อนายอาร์ต เปิดเผยว่า หากลูกยังมีชีวิตอยู่และได้ดูข่าวในขณะนี้ ขอให้ลูกเดินทางกลับบ้านมาหากินอยู่บ้านเรา พ่อจะเลี้ยงดูเองมาช่วยกันทำมาหากินที่บ้าน เพราะทุกวันนี้ไม่มีกำลังใจจะทำอะไรเลย ได้แต่นั่งรอฟังข่าวดีจากสื่อต่างๆ จนไม่เป็นอันกินอันนอนหลับตาลงก็เห็นตาใบหน้าลูกตลอดเวลา และอาศัยหน่วยงานต่างๆและสื่อช่วยแจ้งความคืบหน้า จึงขอขอบคุณเป็นอย่างมากเพราะไม่รู้จะทำอย่างไร

”ทุกวันนี้ก็ได้แต่นั่งรอความหวังอยู่ที่บ้านและหากลูกชายมีชีวิตกลับมาแล้วจะไม่ให้กลับไปอีก ถึงเขาจะจ้างแพงเท่าไหร่ก็ไม่ให้ไปเพราะมันอันตรายและเงินมันซื้อชีวิตของลูกชายของตนไม่ได้ คนทางบ้านก็เป็นห่วงเป็นทุกข์ใจมาก หากอยากไปทำงานต่างประเทศก็จะให้ไปแถวเอเชียที่ไม่มีสงคราม ขอให้รัฐบาลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์นำพาลูกกลับบ้านอย่างปลอดภัย”.

 

แหล่งที่มา

[ad_2]

Scroll to Top