แรงงานไทย หนีภัยสงคราม ยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือ โอดแบกหนี้เฉียดล้าน

แรงงานไทย หนีภัยสงคราม ยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือ โอดแบกหนี้เฉียดล้าน

[ad_1]

 

แรงงานไทย หนีภัยสงคราม อิสราเอล ยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือ โอดแบกหนี้เฉียดล้าน กู้สร้างบ้าน ซื้อรถ ส่งลูกเรียน วอนรัฐหางานประเทศปลอดภัยให้ 

วันที่ 18 ต.ค. 66 แรงงานไทยจากหลายอำเภอใน จ.บุรีรัมย์ ที่หนีภัยสงครามกลับจาก อิสราเอล ได้ทยอยเข้ายื่นคำร้องที่สำนักงานจัดหางานจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อขอรับเงินช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมถึงเงินสงเคราะห์จากกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ  

เบื้องต้นมีแรงงานเข้ามายื่นคำร้องแล้ว 5 ราย จากที่ทางภาครัฐช่วยเหลือให้เดินทางกลับภูมิลำเนาในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์แล้วขณะนี้ 15 ราย คาดว่าที่เหลืออาจจะอยู่ระหว่างพักผ่อนให้หายเหนื่อย และจัดหาเอกสาร เพื่อมายื่นคำร้องในภายหลัง  

แรงงานไทย หนีภัยสงคราม ยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือ โอดแบกหนี้เฉียดล้าน

ทั้งนี้แรงงานที่มายื่นคำร้อง นอกจากจะต้องการเงินช่วยเหลือแล้ว ยังอยากให้ทางภาครัฐช่วยจัดหาตำแหน่งงานว่างและส่งไปทำงานยังประเทศที่ปลอดภัยด้วย เพราะหลายคนยังต้องแบกรับภาระหนี้สินอีกหลายแสน หากทำงานในไทยค่าแรงคงไม่เพียงพอจะปลดหนี้ได้ ก็จะกลายเป็นปัญหาในครอบครัว 

แรงงานไทย หนีภัยสงคราม ยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือ โอดแบกหนี้เฉียดล้าน

นางนิธิอร บุญญานุสิทธิ์ จัดหางานจังหวัดบุรีรัมย์ ได้อธิบายระเบียบหลักเกณฑ์และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่แรงงานควรจะได้รับกรณีที่จำเป็ดต้องหนีภัยสงครามกลับภูมิลำเนาว่า นอกจากจะมีเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลไทยตามสิทธิประโยชน์ต่างๆ แล้ว ก็ยังจะมีเงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอิสราเอลด้วย ส่วน แรงงานไทยรายไหนที่จ่ายค่าเครื่องบินกลับมาเอง รัฐบาลก็มีนโยบายจะจ่ายคืนให้ หากมีความประสงค์จะเดินทางไปทำงานต่างประเทศ ทางกรมการจัดหางานก็พร้อมจัดหาตำแหน่งงานในต่างประเทศให้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับความสมัครและคุณสมบัติของแรงงานแต่ละคนว่าจะสามารถทำงานประเภทใดหรือประเทศไหนได้บ้าง ส่วนคนที่ไม่ต้องการกลับไปทำงานต่างประเทศแล้วก็จะจัดหาตำแหน่งงานว่างในไทยให้   

นางนิธิอร บุญญานุสิทธิ์ จัดหางานจังหวัดบุรีรัมย์

จากข้อมูลจังหวัดบุรีรัมย์มีแรงงานเดินทางไปทำงานอิสราเอล 1,189 คน  ขณะนี้ได้รับการช่วยเหลือเดินทางกลับมาแล้ว 15 คน 

แรงงานไทย หนีภัยสงคราม ยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือ โอดแบกหนี้เฉียดล้าน

ด้าน นายสะพานทอง ซ่อนกลิ่น อายุ 44 ปี แรงงานบุรีรัมย์ บอกว่า ดีใจที่ได้กลับมาเจอครอบครัวอย่างปลอดภัย แต่สิ่งที่อยากให้รัฐช่วยเหลือนอกจากเงินหรือสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่จะได้รับแล้ว ก็อยากให้ช่วยจัดหาตำแหน่งงานในต่างประเทศและให้รัฐช่วยจัดส่งไปทำงานในประเทศที่ปลอดภัย เพราะถึงแม้จะทำงานที่ อิสราเอลมา 5 ปี 3 เดือน ก็ยังต้องแบกรับภาระหนี้สินที่กู้มาสร้างบ้าน ซื้อรถ และส่งลูกเรียนอีกประมาณ 8 แสนบาท เพราะเชื่อว่าหากได้ไปทำงานต่างประเทศจะสามารถปลดหนี้ที่เหลือได้โดยไม่เป็นภาระให้กับครอบครัว แต่หากทำงานในไทยซึ่งมีค่าแรงที่ต่ำกว่าก็ไม่รู้จะปลดหนี้ได้หรือไม่ จึงอยากให้รัฐช่วยเหลือด้วย

แหล่งที่มา

[ad_2]

Scroll to Top