กางหลักฐานมัดแน่น ยันจับ “ลูกเขยชาดา” ไม่มีมวยล้มต้มคนดู

อมรัตน์ ซัด ชาดา ไทยเศรษฐ์ ไม่ใช่กิจ รัฐมนตรีช่วย ลงพื้นที่ พารากอน


กางหลักฐานมัดแน่น ยันจับ “ลูกเขยชาดา” ไม่ได้กลั่นแกล้ง พบผิดรับสินบนสร้างประปาหมู่บ้าน ไม่มีมวยล้มต้มคนดู เผย ชาดา เข้าใจ 

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจ สนธิกำลังจับกุมตัว นายวีระชาติ รัศมี นายกเทศมนตรี ต.ตลุกดู่ อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นลูกเขยของ นาย ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย เนื่องจากพบว่ามีการเรียกรับสินบนจากผู้รับเหมาก่อสร้างโครงการระบบประปาหมู่บ้านแบบบาดาล จำนวน 2 โครงการนั้น 

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 24 ต.ค. 66 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ( ป.ป.ท.) แถลงว่า วันนี้เราได้มีการเข้าบังคับใช้กฎหมาย สืบเนื่องจากทาง บก.ปปป. ได้รับข้อมูลจากผู้เสียหาย เป็นผู้ประกอบการที่ได้รับการประมูลที่จะดำเนินการเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างระบบน้ำประปาของหมู่บ้านของเทศบาลตำบลตลุกดู่1 โครงการ และเทศบาลตำบลหาดทนง 1 โครงการ ในจ.อุทัยธานี 

นายภูมิวิศาล กล่าวต่อว่า เรื่องนี้ทาง ปปป. ร่วมกับ ป.ป.ท. และป.ป.ช.ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงมาระดับ จนรวบรวมพยานหลักฐาน ขอศาลออกหมายจับ และหมายค้น จนสามารถเข้าปฏิบัติการในวันนี้ได้ เรื่องนี้ทางผู้เสียหายที่เป็นผู้ประกอบการได้รับการประมูลโครงการดังกล่าว แต่ก่อนจะได้รับการประมูลได้ถูกบุคคลๆ โทรมาขู่ใช้ทุกวิถีทางเพื่อที่ให้ผู้ที่ได้รับการรับเหมาให้ถอยไป เริ่มตั้งแต่จ้างให้รับเงินอย่างเดียว 1 หมื่นบาท และไม่ต้องซื้อซองประมูล หรือแม้กระทั่งระหว่างดำเนินการโครงการก็มีโทรศัพท์ลึกลับโทรมาขู่อีกบอกให้หยุดทำงาน และให้มารับเงินที่จะหักเป็นเปอร์เซ็นให้ไป 

“ยุคนี้สมัยนี้ไม่มีใครทนอีกแล้วสำหรับเรื่องพันนี้ ก็ต้องชื่นชม และขอบอกไปยังท่านที่ถูกรังแกว่า วันนี้ตัวอย่างดีๆ มีให้เห็นเยอะมากพอสมควร อย่าไปยอม เรื่องนี้ผู้เสียหายเขาไม่ยอมเลยนำข้อมูลทั้งหมดมาแจ้ง บก.ปปป. จากนั้นเราได้บูรณาการการทำงานร่วมกันกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าบังคับใช้กฎหมาย ทุกๆ อาชญากรรมมักทิ้งร่องรอยไว้เสมอ ในเรื่องนี้ทางผู้กระทำความผิดวางแผนไว้อย่าง เป็นการใช้ผู้อื่น มีการดำเนินการทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อปกปิด ซ่อนเร้น หลบหนี แต่ทุกๆอาญากรรมจะทิ้งร่องลอยไว้เสมอ จนเราได้เจอร่องรอยชิ้นสำคัญ รวบรวมพยานหลักฐาน จนไปขอศาลออกได้ทั้งหมายจับและหมายค้น ไม่ได้มีการกลั้นแกล้งใครใดๆทั้งสิ้น ยืนยันว่าเราดำเนินการเป็นไปตามข้อกฎหมายทุกประการ” 

ด้าน พ.ต.อ.ประสงค์ เฉลิมพันธ์ รอง ผบก.ปปป. กล่าวว่า กรณีนี้ผู้เสียหายซึ่งเป็นผู้ประกอบการก่อสร้างเข้าร่วมอี-บิดดิ้งตามโครงการของ อบต. ซึ่งเป็นโครงการทำประปาหมู่บ้านบาดาล ที่เป็นแทงก์หมู่บ้าน มูลค่า 3 ล้านกว่าบาทในระบบอี-บิดดิ้ง เดือน ธ.ค.  จากนั้นมีการโทรขู่ให้ถอนการบิดดิ้ง แต่ผู้เสียหายเข้าใจว่าเป็นการบิดดิ้งในระบบ ส่วนผู้เสียหายอยู่นอกพื้นที่ก็ แต่เมื่อเข้าไปทำงานในพื้นที่ตัวโครงการสัญยาประมาณ 7 เดือน พอจะเริ่มเข้าทำก็มีเจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลตลุกดู่บอกให้ทิ้งงาน เพื่อให้คนอื่นทำ ซึ่งสุดท้ายผู้เสียหายถูกบีบด้วยการซื้อวัสดุในพื้นที่ไม่ได้ จึงมีการเข้าเจรจา และนายกเทศบาลตำบลตลุกดู่ เรียกรับเงินจากผู้เสียหายจำนวน 6 แสนบาท ทางผู้เสียหายทำงานต่อไป แต่ก็ได้แจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าถูกเรียกรับเงิน มีการเจรจานัดจ่ายเงินหลังส่งมอบงานในวันนี้ช่วงเช้า เราจึงได้ร่วมกันจับกุม และได้ขอศาลอาญา คดีทุจริตกลางอนุมัติหมายจับ และหมายค้นเข้าค้น 6 จุด เมื่อมีการส่งมอบเงินเราสามารถจับกุมตัวผู้รับเงินได้ และจับกุมตัวผู้ต้องหาที่ 1-4  โดยได้ของกลางเป็นเงินสด 6 แสนบาท อาวุธปืนของนายกเทศบาลตำบลตลุกดู่ และเช็กของเทศบาลตำบลตลุกดู่ เอามาแลกกับเงิน 6 แสน 

“ยืนยันว่าการปฏิบัติของเราทำไปตามพยานหลักฐาน ทำตามคำร้องทุกข์ และทำอย่างเต็มที่อย่างตรงไปตรงมา” พ.ต.อ.ประสงค์ กล่าว 

พ.ต.อ.ประสงค์ กล่าวต่อว่า สำหรับตัวผู้เสียหายนั้นจากนี้ไป ทาง ป.ป.ช.จะรับดำเนินการเข้าสู่โครงการคุ้มครองพยาน ส่วนการดำเนินการทางวินัย ทาง ป.ป.ท.จะประสานผู้ใหญ่ระดับรัฐบาลดำเนินการ เทียบเคียงกับกรณีของสมุทรปราการ 

ขณะที่ นายศรชัย ชูวิเชียร ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐมีพฤติการณ์เรียกรับเงิน จึงเป็นหน้าที่ของ ป.ป.ช.ที่จะพิจารณา ดังนั้นเมื่อพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เราได้บูรณาการการทำงานร่วมกัน ลงพื้นที่จับกุม สำนวนจากนี้ไป บก.ปปป.จะรวบรวมพยานหลักฐานหนาแน่นพอสมควร จากนี้มีเวลา 30 วันให้พนักงานสอบสวนได้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐาน จากนั้นจะส่งสำนวนให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. เพื่อรับสำนวนไว้ไต่สวนเองหรือมอบให้ ปก.ปปป.ไปดำเนินการต่อ ขึ้นอยู่กับมติ ป.ป.ช. 

นายศรชัย กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ยืนยันว่าเรามีการบูรณาการร่วมกันและจับกุมเจ้าหน้าที่ที่เรียกรับเงินอย่างต่อเนื่อง กรณีนี้เช่นเดียวกันแม้จะมีระบบจัดซื้อจัดจ้างชัดเจน แต่ผู้มีอำนาจเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐใช้พฤติการณ์การกระทำต่างๆ ขัดชวางข่มขู่ใช้อิทธิพลในพื้นที่ วันนี้เขาลุกขึ้นมาต่อสู้ เขาไม่ทน ไม่เฉยต่การทุจริต ผมเรียกร้องให้ประชาชน เพื่อข้าราชการทุกหน่วยงานต้องลุกขึ้นมา พวกเราพร้อมดำเนินการในลักษณะนี้ 

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. กล่าวว่า จากการที่ บก.สอบสวนกลลางให้ความสำคัญกับคดีนี้ พฤติกรรมที่เราเรียนรู้มีหลายๆ พื้นที่ ตั้งแต่ จ.อุทัยธานีและรอบๆบริเวณนั้น ยังมีพฤติกรรมและพฤติการณ์ใช้อำนาจบังคับขู่เข็ญ เราทราบพฤติกรรมก่อนหน้าอยู้แล้ว เราจึงให้ความสำคัญ และรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานให้รัดกุม ตรงนี้ถือว่ายังมีผู้มีอิทธิพลอยู่ ทางเจ้าหน้าที่ไม่ปล่อยผ่าน จึงมีชุดสืบสวนเก็บรวบรวมพยานหลักฐานและศาลอนุมัติหมายจับ จากนั้นเราจะต้องรบล้างกับกลุ่มผู้มีอิทธิพลเอาเปรียบประชาชน อย่างไรก็ตามขณะนี้ผู้ต้องหาทั้งหมดยังให้การปฏิเสธอยู่ 

“วันนี้ตัวผมเองก็ได้คุยกับท่านชาดาไทยเศรษฐ์ และท่านก็ไม่ได้ขออะไร เพียงแต่บอกว่าเข้าใจและให้ว่าไปตามกฎหมาย ไม่เป็นอะไร ยืนยันว่าชาดาเตือนแล้ว ถ้าใครไม่ทำ ใครไม่หยุดก็ดูแลตัวเองไป เราได้คุยกันแล้ว ผมก็บอกว่าสิ่งที่ทำ พวกเราได้รับการร้องเรียนมาก็ต้องบังคับใช้กฎหมาย ท่านเข้าใจ” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว 

เมื่อถามว่า ตั้งแต่รับเรื่องมาจนถึงการสอบสวน ทราบว่าเป็นเครือญาติของนายชาดาใช่หรือไม่ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าวว่า “เจ้าหน้าที่มีความจริงใจในการทำงานเรื่องนี้ ท่านชาดาก็นักเลง เราก็เป็นเจ้าหน้าที่ คือทางใครทางมันก็ว่าไป ก็คุยกันรู้เรื่อง ใครไม่ฟังก็ถูกดำเนินคดีไป เราคงไปไม่ฮั้วะกับใครให้งานเราเสีย เรามีเจตนารมณ์ปราบปรามการทุจริต เราก็คงเดินของเรา ท่านเป็นนักเลงก็คงเข้าใจ เมื่อมีงานมาเราก็ต้องทำ ท่านมาขวางเราก็ขวางไม่ได้ ท่านก็ต้องปล่อยให้ตามน้ำไป ใครพลาดก็โดนไป เพราะเตือนแล้ว ท่านไม่มีขออะไร เพราะมาขอก็ไม่ให้” 

“ผมเคยจับกุมท่านชาดามาครั้งหนึ่ง การจับกุมครั้งนั้นคุยกันคำสองคำ เพราะนักเลงคุยกันรู้เรื่อง และก็เข้าใจ ทุกวันนี้ท่านชาดาก็มีมิตรไมตรีที่ดีด้วย แต่เรื่องงานก็ต้องดำเนินการไป ความสัมพันธ์ส่วนตัวโอเค งานกับส่วนตัวแยกกับชัดเจน ยืนยันไม่มีมวยล้มต้มคนดู” พล.ต.ต.จรูญเกียรติ กล่าว

แหล่งที่มา

Scroll to Top