The Motive เมื่อคนใน ‘ชายแดนใต้/ปาตานี’ ลุกขึ้นมาสื่อสารหวังเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสันติภาพ

The Motive เมื่อคนใน 'ชายแดนใต้/ปาตานี' ลุกขึ้นมาสื่อสารหวังเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสันติภาพ

[ad_1]

รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งในซีรีย์ ชุดสื่อพลเมือง-ทางเลือกภายใต้การคุกคาม (Alternative and Thai citizen media under threat) เป็นหนึ่งในซีรีส์ของโครงการวารศาสตร์ที่สร้างสะพานหรือ Journalism that Builds Bridges โดยผู้สัมภาษณ์เป็นผู้เข้าร่วมอบรมในโครงการจากวาร์ตานี

สัมภาษณ์ ซาฮารี เจ๊ะหลง บ.ก. The Motive เมื่อคนใน ‘ชายแดนใต้/ปาตานี’ ลุกขึ้นมาสื่อสารหวังเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสันติภาพ ท่ามกลางการเพ่งเล็งคุกคาม

 

สัมภาษณ์ ซาฮารี เจ๊ะหลง บรรณาธิการของ The Motive อีก 1 สื่อทางเลือกในพื้นที่ชายแดนใต้/ปาตานี ที่ตัว ซาฮารี เองเมื่อ มี.ค.ที่ผ่านมาเพิ่งถูกเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและทหารพรานเข้าตรวจค้นบ้าน หลังจากจัดระดมทุนช่วยเหลือครอบครัว ที่เสียชีวิตจากเหตุปะทะ ที่ใช้นามว่า “ชมรมพ่อบ้านใจกล้า” แม้การตรวจค้นดังกล่าวจะไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย แจ้งเจ้าหน้าที่ได้ยึดคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ และแบบพกพา 2 เครื่อง ในวันต่อมา ซาฮารี ต้องเดินทางไปยังศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ข้อมูลในฐานะพยาน พร้อมกับเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ การให้ข้อมูลต่อพนักงานคดีพิเศษเบื้องต้นในฐานะพยาน ซาฮารี ยืนยันบนหลักการในการระดมทุนช่วยเหลือครอบครัวที่เสียชีวิตจากการวิสามัญดังกล่าวอยู่บนหลักมนุษยธรรมมิได้มีจุดประสงค์อื่นใด

“สื่อในพื้นที่มี แต่มีน้อยการที่เราอยู่กรุงเทพฯ จะติดตามข่าวบ้านเราเองมันไม่มีช่องทางที่เราจะอ่านข่าวบ้านเราเลย ยกเว้นมีเหตุใหญ่ๆ เลยคิดว่าหลังจากที่กลับบ้านมาก็คิดว่าเราจะต้องลุกขึ้นมาทำสื่อเองแล้ว” ซาฮารี เล่าถึงแรงจูงใจที่ตนเองมาทำงานสื่อ โดยเขามีความคิดตั้งแต่เป็นนักศึกษาที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง

บรรณาธิการของ The Motive มองว่าสื่อทางเลือกมักถูกเพ่งเล็งคุกคามโดยรัฐเนื่องจากสื่อกลุ่มนี้จะเข้าถึงข้อมูลอีกด้าน ที่ต่างจากรัฐ รวมทั้งเปิดเผยความไม่สุจริตและละเมิดสิทธิของเจ้าหน้าที่รัฐบาลบางคนบางหน่วยงาน

ซาฮารี เล่าวต่อว่า ช่วงแรกที่เขาทำสื่อนั้นทำประเด็นเรื่องคนสูญหายในพื้นที่เคยถูกทหารใช้กฎอัยการศึกเรียกตัวไปที่ค่ายทหารและถูกตรวจดีเอ็นเอ รวมทั้งควบคุมตัวในค่ายทหาร 2 วัน จากนั้นถูกทหารมาเยี่ยมที่บ้านบ่อยๆ บางครั้งเมื่อมีเหตุการณ์รุนแรงก็จะถูกเรียกตัวไปกินแกแฟหรือปรับทัศนคติของฝ่ายความมั่นคง

“สื่อทางเลือกเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสันติภาพในพื้นที่ชายแดนใต้หรือปาตานี คิดว่ากระบวนการสันติภาพเป็นเรื่องที่ใหญ่ที่ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นรัฐ องค์กรภาคประชาชน สื่อมวลชนและประชาชนทุกคนจะต้องมีส่วนร่วม” ซาฮารี กล่าว พร้อมย้ำถึงบทบาทของตนเองในฐานะสื่อก็ทำงานด้านของการรายงานข่าว รายงานข้อเท็จจริง สื่อสารประเด็นที่ลึกขึ้นนอกจากแค่รายงานปรากฏการณ์ อยากให้คนไทยทั้งประเทศได้รับรู้ด้วยว่าคนปาตานีก็มีอัตลักษณ์ตัวตนของตัวเอง โดยเราที่เป็นคนในก็จะลุกขึ้นมาสื่อสารของเรานี่คือความตั้งใจว่าอย่างน้อยเราจะอธิบายความเป็นตัวตนของคนทั้งประเทศเข้าใจและอยากให้คนไทยทุกคนมองปัญหาที่นี่ไม่ใช่เป็นเรื่องแค่คนที่นี่ แต่มันเป็นเรื่องของคนไทยทั้งประเทศที่จะต้องรับรู้และเข้าใจ รวมทั้งสนับสนุนให้รัฐมาแก้ปัญหาให้ถูกที่ถูกทาง

รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งในซีรีย์ ชุดสื่อพลเมือง-ทางเลือกภายใต้การคุกคาม (Alternative and Thai citizen media under threat) เป็นหนึ่งในซีรีส์ของโครงการวารศาสตร์ที่สร้างสะพานหรือ Journalism that Builds Bridges โดยจัดทำเป็นผู้เข้าร่วมอบรมในโครงการจากวาร์ตานี

แหล่งที่มา

[ad_2]

Scroll to Top