รมช. ไชยา ร่วมกล่าวเปิดการประชุม 13th GASL

รมช. ไชยา ร่วมกล่าวเปิดการประชุม 13th GASL

[ad_1]

รมช. ไชยา ร่วมกล่าวเปิดการประชุม 13th Global Agenda for Sustainable Livestock (GASL)

นายไชยา พรหมา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานกล่าวเปิดงาน Multi-Stakeholder Collaboration to Strengthen Sustainability and Resilience of Livestock Systems in Response to Drivers of Change ภายใต้การประชุม 13th Global Agenda for Sustainable Livestock (GASL) Multi-Stakeholder Partnership (MSP) Meeting and the Regional Conference on Sustainable Livestock Transformation ณ โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่

รมช. ไชยา ร่วมกล่าวเปิดการประชุม 13th GASL

ในนามกระทรวงเกษตรฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับทุกท่าน ว่าด้วยการประชุมในครั้งนี้ จะเป็นส่วนช่วยส่งเสริมความร่วมมือและความเข้าใจในการดำเนินด้านอาหารให้เกิดความยั่งยืนในทุกภาคส่วน ซึ่งเมื่อปี 2554 ประเทศไทยเคยเป็นเจ้าภาพการจัดการประชุม GASL ที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งวันนี้ได้มาเป็นเจ้าภาพอีกครั้งที่จังหวัดเชียงใหม่ เมืองใหญ่อันดับ 2 ของประเทศไทย ที่มีธรรมชาติที่สวยงาม และทรัพยากรธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ผสมผสานกับวัฒนธรรมล้านนา ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่มีความยั่งยืนด้านอาหารและด้านเกษตรเป็นของตนเอง มีระบบการศึกษาที่ช่วยสร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ และอุตสาหกรรมภาคการเกษตรให้เติบโต รวมถึงมีการจัดการด้านปศุสัตว์ที่ดีที่จะช่วยให้การเกษตรประเทศไทยแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นในอนาคต และหวังว่าการร่วมมือในครั้งนี้ จะสามารถพัฒนาแนวทางการปฏิบัติที่มีเป้าหมายร่วมกัน และนโยบายเผื่อการจัดการ  ปศุสัตว์ได้อย่างยั่งยืน รวมถึงมุ่งสู่การดูแลทรัพยากรป่าไม้และปศุสัตว์ในปี 2026 ไปด้วยกัน

รมช. ไชยา ร่วมกล่าวเปิดการประชุม 13th GASL

สำหรับการประชุม 13th Global Agenda for Sustainable Livestock (GASL) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2566 ณ โรงแรมเซ็นทารา ริเวอร์ไซด์ เชียงใหม่ เป็นการผนึกกำลังระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรม  ปศุสัตว์ องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) และคณะสัตวแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งมีการประชุมแลกเปลี่ยนความเห็นระหว่างผู้มีส่วนได้ส่วนเสียภาคการปศุสัตว์ในทุกภาคส่วนได้แบ่งปันประสบการณ์ และร่วมหารือถึงปัจจัยการขับเคลื่อนความท้าทายที่มีความเกี่ยวข้องกับด้านปศุสัตว์ สุขภาพสัตว์สัตว์ โรคระบาดสัตว์ และอื่น ๆ เพื่อให้เกิดการผลักดันแผนงานปศุสัตว์ให้เกิดความยั่งยืนในระดับสากลต่อไป

แหล่งที่มา

[ad_2]

Scroll to Top