รมว.ยุติธรรม ลั่น ยาบ้า 1 เม็ด ก็เป็นผู้ค้าได้ ต้องดูพฤติกรรมเป็นเกณฑ์

รมว.ยุติธรรม ลั่น ยาบ้า 1 เม็ด ก็เป็นผู้ค้าได้ ต้องดูพฤติกรรมเป็นเกณฑ์


รมว.ยุติธรรม ลั่น ยาบ้า 1 เม็ด ก็เป็นผู้ค้าได้ ต้องดูพฤติกรรมเป็นเกณฑ์ ยัน ไทยคุมเข้ม ไม่มีโรงงานผลิต 

วันที่ 6 พ.ย. 66 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม กล่าวถึงกรณีการตีความระหว่าง ผู้ค้าและผู้เสพ จากจำนวนการครอบครองยาเสพติดว่า สำหรับผู้เสพยาเสพติดอาจมีหลักล้าน แต่ตัวเลขยืนยันเป็นทางการจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พบว่า มีประมาณ 6 แสนกว่าคน แต่ที่อันตรายที่สุดที่เราเห็นเป็นข่าวรายวัน คือผู้เสพเป็นจิตเวช คือมีอาการจิตหลอน ไปทำร้าย, ฆ่า, ทำลายทรัพย์สิน มีประมาณ 3 หมื่นกว่าคน

ทั้งนี้รัฐบาลมีนโยบายที่จะเอากลุ่มพวกนี้มารักษาโดยสาธารณสุข และตามสถานชุมชนต่างๆ ต้องมีสถานในการฟื้นฟูผู้เสพยา และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากลุ่มคนพวกนี้จะได้ทำการบำบัดและกลับมาเป็นคนที่ดีในสังคม คือต้องร่วมด้วยชนกัน ชัยชนะนั้นอยู่ที่ชุมชนอยู่ที่หมู่บ้านต้องช่วยกัน 

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ส่วนเรื่องการครอบครองยาเสพติดเม็ดเดียวก็เป็นผู้ค้ายาเสพติดได้ เพราะเราจะเข้มข้นด้วยการสืบสวน ไม่ใช่เอาตัวยาเสพติดมาเป็นเกณฑ์ ต้องเอาพฤติกรรมมาเป็นเกณฑ์ เช่น หากครอบครองต่ำกว่า 5 เม็ด แต่สืบพบว่าเป็นผู้ค้าก็ต้องดำเนินคดีในฐานะผู้ค้า 

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ประเทศไทยเรามีความเข้มแข็งในการปราบปราม ประเทศไทยไม่มีโรงงานผลิตยาบ้า แต่ที่สำคัญและเป็นปัญหาใหญ่คือ ยาเสพติดถูกผลิตในสามเหลี่ยมทองคำประเทศเพื่อนบ้าน ในอดีตก่อนปี 65 ยาเสพติดเข้ามาทางภาคเหนือ พื้นที่ตำรวจภูธรภาค 5-6 ประมาณ 80% คือประมาณ พ.ศ. 2546 ประเทศไทยเราสามารถจับกุมยาบ้าได้ 70 กว่าล้านเม็ด แต่ปัจจุบันจับกุมยาเสพติดยาบ้าได้ถึง 500 ล้านเม็ด ทำให้เกิดการแพร่ระบาดไปสู่คนไทย เมื่อก่อนเราพบว่ายาเสพติดจะทะลักมาทางภาค 5 (ทางภาคเหนือ) ในปีที่แล้วเรามีการสกัดกันอย่างดี พวกขบวนการยาเสพติดจึงมีการเปลี่ยนเส้นทาง อ้อมไปทางภาคอีสาน คือ 55% จะเข้ามาทางภาคเหนือ และอีก 45% จะมาทางภาคอีสาน 

พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะแก้ปัญหายาเสพติดให้ครบวงจรให้มีผลภายในระยะเวลา 1 ปี ทางนายกฯ ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้ประกาศในบางพื้นที่ให้มีระยะเวลาในการปราบปรามระยะเวลา 1 ปี โดยจะตั้งศูนย์บัญชาการสกัดกั้นป้องกันปราบปรามยาเสพติด รวมทั้งสารตั้งต้น สกัดทางภาคเหนือก็จะมีเชียงใหม่และเชียงราย 11 อำเภอ และภาคอีสาน จ.นครพนม อีก 4 อำเภอ เราจะคุมเข้มให้มีประสิทธิภาพ เอกภาพ ทั้งด้านการข่าว และการร่วมมือกัน

แหล่งที่มา

Scroll to Top