สส.แจ้ วุฒิพงศ์ แฉกลับ ผู้ช่วย สส.ก้าวไกล ส่อทุจริต ร้องพรรคไป 4 เดือนยังไม่ทำอะไร

สส.แจ้ วุฒิพงศ์ แฉกลับ ผู้ช่วย สส.ก้าวไกล ส่อทุจริต ร้องพรรคไป 4 เดือนยังไม่ทำอะไร

[ad_1]

สส.แจ้ วุฒิพงศ์ แฉกลับ ผู้ช่วย สส.ก้าวไกล หนึ่งในกรรมการบริหารพรรค ส่อทุจริต ร้องพรรคไป 4 เดือนยังไม่ทำอะไร 

นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี ที่ถูกมติพรรคก้าวไกลขับออก เนื่องจากมีประเด็นการละเมิดทางเพศทีมงานสาว แถลงพร้อมเปิดเผยภาพและคลิปเสียงบุคคล ที่อ้างเป็นผู้ช่วยสส.พรรคก้าวไกล ซึ่งปัจจุบันมีตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) อักษรย่อ ส. ซึ่งมีประเด็นเรียกรับผลประโยชน์จากการขายที่ ให้กับบริษัทย่อขยะใน อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี เป็นมูลเหตุจูงใจ ทำให้มติพรรคก้าวไกลขับตนออกจากพรรค ในกรณีผลสอบกรรมการวินัย ชี้ว่าผิดจริยธรรมร้ายแรง เนื่องจากแชตลับกับ ทีมงานสาว ที่เข้าข่ายละเมิดและคุกคามทางเพศ

นายวุฒิพงศ์ แถลงว่า ในประเด็นการเรียกรับผลประโยชน์ในพื้นที่จ.ปราจีนบุรี เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและบ่อขยะนั้น ตนได้ยื่นเรื่องให้ กก.บห. พิจารณาและตรวจสอบ เมื่อ 4 เดือนที่ผ่านมา แต่ไม่พบว่าพรรคดำเนินการตรวจสอบ ซึ่งตนไม่แน่ใจว่าต้องรอให้เป็นกระแสก่อนถึงดำเนินการหรือไม่

อย่างไรก็ตาม ในประเด็นดังกล่าว ตนเชื่อว่าเป็นมูลเหตุจูงใจที่ทำให้ “ผู้ช่วย ส.” ดังกล่าวยื่นเรื่องให้พรรคตรวจสอบตนกรณีละเมิดทางเพศ โดยพา “สาว ป.” มาที่พรรคเพื่อยื่นเรื่อง ซึ่งกระบวนการตรวจสอบตนเกิดขึ้นรวม 22 วัน ขณะที่เรื่องทุจริตที่เกิดขึ้น ผ่านเวลา 4 เดือนแล้ว พรรคกลับไม่ดำเนินการใดๆ ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้ดำเนินการ เพราะเรื่องทุจริตเป็นเรื่องที่ไม่ควรยอมรับ หรือ เก็บไว้ใต้พรม

นายวุฒิพงศ์ แถลงด้วยว่า กรณี ผู้ช่วย ส. ที่ตนตรวจสอบพบ คือ ประเด็นการเรียกรับผลประโยชน์ และความพยายามให้บริษัทบ่อขยะ ซื้อที่ดินของตนเอง จำนวน 5 ไร่ มูลค่า 3.5 ล้านบาท โดยพบว่าเป็นการแบ่งขายที่ดินของตนเอง แปลงละ 1.7 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่าราคาประเมินและทำให้เสียภาษีถูกลง

ตนมีหลักฐานและรายละเอียดเรื่องดังกล่าว ขาดเพียงสลิปการโอนเงินเท่านั้น ขณะเดียวกันพบว่า ผู้ช่วย ส. ดังกล่าวยังมีความสัมพันธ์ กับ ทีมงาน ป. ที่คนในพื้นที่ เทศบาลกรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี ตั้งคำถาม

นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ต้องการโจมตีพรรค หรือให้ข่าวเพื่อเคลียร์ตัวเองก่อนเข้าสังกัดพรรคการเมืองใด แต่ต้องการสื่อสารไปยังพรรคให้ตรวจสอบเรื่องดังกล่าวด้วย หากจะทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านเชิงรุก รวมถึงเหตุผลสำคัญเพราะหลังจากมติพรรคก้าวไกลขับให้ผมออกจากพรรค มีแกนนำระดับผู้ใหญ่ในพรรคบอกกับผมให้หยุดพูด ซึ่งตนพร้อมปฏิบัติ แต่เมื่อ 2 วันก่อนคนที่เป็นชนวนเหตุไม่หยุดและยังพาดพิงตน แม้ขณะนี้เขาจะบวชเป็นพระแล้วก็ตาม

เมื่อถามว่าผู้ช่วย สส.ก้าวไกลที่มีตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค มีอิทธิพลเหนือคนในพรรคได้อย่างไร นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า

“ไม่ขอลงรายละเอียด แต่ผมคงทำเรื่องที่เหยียบเท้าใครและชนกับพวกลุ่มทุนในพื้นที่ปราจีนบุรีด้วย ทั้งนี้ ทราบว่าก่อนวันที่ประชุม สส.พรรคมีมติ พบการส่งข้อความสั้นเพื่อขอให้ช่วยลงมติ ซึ่งกรณีดังกล่าวผมมองว่าไม่ควรทำเป็นศาลเตี้ย อีกทั้ง สส. 150 คนของพรรค บางคนยังไม่เคยคุยกับผมด้วยซ้ำ และวันที่จะลงมติไม่เคยเรียกผมไปชี้แจง แต่เป็นการตัดสินของกรรมการวินัยของพรรคเท่านั้น สำหรับ สส.ที่เกี่ยวข้องเรื่องนี้เป็นบุคคลที่ขับเคลื่อนภารกิจภาคตะวันออก”

ส่วนที่ระบุว่า ผู้ช่วย สส. หรือ สส. เกี่ยวกับการเรียกรับผลประโยชน์ซึ่งเข้าข่ายผิดจริยธรรมผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง จะให้องค์กรอิสระหรือสภาฯตรวจสอบหรือไม่ นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า ตนทราบว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์ว่า เรื่องดังกล่าวยื่นให้ กกต. ได้ อีกทั้ง ในประเด็นที่เป็นเรื่องการเมืองในแง่จริยธรรม ตามกระบวนการของคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยังมีช่องส่งถึงศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง

แต่ขณะนี้ตนยังไม่คิดจะดำเนินการ รวมถึงการยื่นเรื่องต่อคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ของสภาฯด้วย แต่ต้องการให้พรรคดำเนินการ ส่วนประเด็นที่ตนถูกชี้ว่ามีพฤติกรรมคุกคามทางเพศนั้น ตนตั้งทนายแล้ว

“ผมยืนยันว่าข้อมูลที่นำมาเปิดเผย ไม่ต้องการให้พรรคก้าวไกลกลับมติ หรือให้องค์กรใดสั่งให้พรรครับผมเข้าสังกัดพรรคอีก เพราะผมคิดว่าต้องออกมา แบบไม่หันหลังกลับไป และการเปิดเผยเรื่องนี้ เพราะผมถูกตีไม่เลิก ถูกพาดพิงไม่หยุด ไม่ใช่เพราะต้องการโจมตีพรรค” นายวุฒิพงศ์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่นักเคลื่อนไหวทางการเมืองร้องต่อ ป.ป.ช.ให้สอบจริยธรรมร้ายแรง นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่าตนยินดีเข้าสู่กระบวนการ

เมื่อถามว่าขณะนี้ตัดสินใจเข้าสังกัดพรรคใดแล้วหรือไม่ นายวุฒิพงศ์ กล่าวว่า ตนยังมีเวลาและยังไม่ได้ตัดสินใจ เนื่องจากต้องสอบถามประชาชนในพื้นที่และ ทีมทำงานในพื้นที่ของตน ที่มี 10 ชีวิตด้วย เพราะพวกเขาต้องตามตนไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ ตนยอมรับว่าได้พูดคุยกับ นายมงคลกิตติ์ สุขสินธรานนท์ หัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ เพราะเป็นศิษย์สถาบันเดียวกัน แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจใดๆ เพราะยังมีเวลาถึง 30 พ.ย.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวุฒิพงศ์ ยังนำ 2 คลิปเสียงมาเปิด โดยอ้างว่าเป็นการคุยกันนอกรอบ เนื้อหาเป็นการนัดหมาย และเคยให้สัมภาษณ์โจมตีตัวเอง “อักษร ส.” ซึ่งจนถึงตอนนี้ ในกระบวนการยังไม่มีการตั้งกรรมการสอบ และเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง



แหล่งที่มา

[ad_2]

Scroll to Top