'เก็ท' โสภณ ถอดเสื้อนักโทษ นั่งหันหลังประท้วงศาลระหว่างสืบคดี สะท้อนความไม่ปกติของกระบวนการยุติธรรม

'เก็ท' โสภณ ถอดเสื้อนักโทษ นั่งหันหลังประท้วงศาลระหว่างสืบคดี สะท้อนความไม่ปกติของกระบวนการยุติธรรม



‘เก็ท’ โสภณ ประท้วงถอดเสื้อนักโทษ นั่งหันหลังระหว่างสืบพยานในศาลธนบุรี คดีมาตรา 112 ปราศรัย ‘ฟื้นฟอยหาตะเข็บใครฆ่าพระเจ้าตาก’ เมื่อปี’65 ก่อนแถลงปิดท้ายใช้วิธีนี้ เนื่องจากเป็นสันติวิธี และต้องการสะท้อนความผิดปกติของกระบวนการยุติธรรม

 

7 พ.ย. 2566 บัญชีเฟซบุ๊ก “Get Surariddhidhamrong” โพสต์ข้อความเมื่อวานนี้ (6 พ.ย.) ระบุว่า ระหว่างพิจารณาคดีความไต่สวนสืบพยานที่ศาลธนบุรี เมื่อวานนี้ โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง หรือเก็ท นักกิจกรรมการเมืองจากโมกหลวงริมน้ำ ทำการประท้องต่อศาล โดยการถอดเสื้อนักโทษสีน้ำตาล และนั่งหันหลังให้กับบัลลังก์ผู้พิพากษาตลอดการสืบพยาน

โพสต์ระบุด้วยว่า การไต่สวนนี้ไม่ปกติ การถูกล่ามด้วยกุญแจเท้าไม่ปกติ  การไม่ให้ประกันก็ไม่ปกติ แต่พอแค่ผมถอดเสื้อนักโทษท่อนบน เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์และศาลบอกว่า การถอดเสื้อของเขาไม่ปกติ ต้องการให้ใส่เสื้อท่อนบนเหมือนเดิม เพื่อความ “ปกติ” เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์บอกว่า เขาอยู่ในการควบคุมของราชทัณฑ์ และต้องทำตามคำสั่ง

โพสต์ระบุต่อว่า พวกคุณอยู่ในระบบ เห็นระบบไม่ปกติไม่เคยทักท้วง แต่พอเขาถอดเสื้อท่อนบน กลับบอกว่าไม่ปกติ เจ้าหน้าที่ทุกคนบอกว่าจะทำตามหน้าที่อย่างเดียวโดยไม่ตั้งคำถาม โดยจริงๆ เจ้าหน้าที่ควรทำคือการบูรณาการให้กระบวนการยุติธรรมมีความยุติธรรมมากขึ้น ทำไมต้องให้คนนอกองค์กรอย่างเขาหรือคนอื่นๆ มาคอยชี้ว่า สิ่งที่คุณทำกันอยู่มันไม่ปกติ อย่างระบบในเรือนจำมันเปลี่ยนได้เสมอ ขึ้นอยู่กับพวกคุณจะเปลี่ยนให้มันดีขึ้นหรือเปล่า

โพสต์ยกตัวอย่างตำรวจที่มาเป็นพยานฝั่งโจทก์ยังเปลี่ยนทรงผมให้ไม่ต้องขาว 3 ด้านแล้วเลย มันก็เกิดจากการที่คนภายในช่วยผลักดันระบบด้วยถึงได้เปลี่ยนแปลง 

โพสต์ ระบุต่อว่า หลังจากนั้น โสภณ ได้มีการแถลงต่อศาลมีข้อความโดยคร่าวดังนี้ 

“กล่าวขอโทษที่ถอดเสื้อ เพราะผมถูกขัง มีแต่ตัว นี่เป็นวิธีสันติ ทุกคนอาจมองว่าผมไม่ใช่คนปกติ ศาลอาจมองว่าผมไม่ใช่คนปกติ สิ่งนี้ที่อาจทำให้รู้สึกว่าความผิดปกติวันนี้ของผมจะทำให้ศาลรู้สึกถึงความไม่ปกติของสังคมที่ประชาชนออกมาเรียกร้อง คนที่ถูกกล่าวหาในคดีอาญาทางการเมืองแทบประกันไม่ได้ ในคดี 112 ที่ถูกใช้ จะเป็นกษัตริย์เองที่ถูกประชาชนวิพากษ์วิจารณ์มากขึ้น เพราะใช้มาตรา 112 รังแกประชาชน ยิ่งใช้ยิ่งถูกวิจารณ์ อยากให้ศาลได้รู้สึกถึงความแปลกใจต่อกระบวนการยุติธรรมกันบ้าง ผมก็เป็นผู้ประสบภัยต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนอยากให้เห็นความไม่ปกติของกระบวนการยุติธรรม”

สำหรับวานนี้ (6 ต.ค.) โสภณ สุรฤทธิ์ธำรง โจเซฟ (นามสมมติ) และมินท์ (นามสมมติ) ซึ่งกรณีของมินท์ อยู่ระหว่างการลี้ภัยต่างประเทศ มีนัดสืบพยานคดีมาตรา 112 ที่ศาลธนบุรี จากกรณีปราศรัยในกิจกรรม “ฟื้นฝอยหาตะเข็บ 240 ปี ใครฆ่าพระเจ้าตาก” ที่ลานอนุสาวรีย์พระเจ้าตากสิน วงเวียนใหญ่ จัดโดย โมกหลวงริมน้ำ เมื่อ 6 เม.ย. 2565 

ทั้ง 3 คน ถูกศาลธนบุรีออกหมายจับ โดยไม่เคยถูกออกหมายเรียกมาก่อน และนอกจากนี้ การดำเนินคดียังมีปัญหามาตรา 112 ให้ขยายครอบคลุมอดีตสถาบันกษัตริย์ ทั้งที่กฎหมายไม่ได้บัญญัติไว้ ซึ่งขัดต่อการตีความกฎหมายอาญาอย่างเคร่งครัด และถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือปิดกั้นการแสดงออกทางการเมือง และเสรีภาพของประชาชน 
 

ติดตามประชาไทอัพเดท ได้ที่เฟซบุ๊ก : ทวิตเตอร์ : LINE ไอดี = @prachatai



แหล่งที่มา

Scroll to Top