ก้าวไกล มีมติเอกฉันท์ ขับ “ไชยามพวาน” ออกจากพรรค เหตุไม่สำนึกผิด มีผลวันนี้เป็นต้นไป

ก้าวไกล มีมติเอกฉันท์ ขับ “ไชยามพวาน” ออกจากพรรค เหตุไม่สำนึกผิด มีผลวันนี้เป็นต้นไป


พรรคก้าวไกล มีมติขับ “ไชยามพวาน” พ้นพรรค มอบ “สส.ณัฐชา-รักชนก” ดูแลพื้นที่แทน โต้ สส.แจ้ ปราจีนบุรี “เบญจา” ไม่เกี่ยวข้อง จ่อเรียก ผู้ช่วย สส.สอบ รอสึกจากบวชก่อน แจง คุกคามทางเพศ และ บ่อขยะ ต้องพิจารณาแยกกัน ปัดใช้พวกมากลากไปในการโหวตขับออก

วันที่ 7 พฤศจิกายน 2566 พรรคก้าวไกล จัดประชุมสัมมนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่โรงแรมอักษร ระยอง เดอะ ไวทัลลิตี้ คอลเล็คชั่น อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ตั้งแต่วันที่ 6-8 พฤศจิกายน ซึ่งคาดว่า การประชุมในวันนี้ เมื่อเวลาประมาณ 09.30 น. มีการลงมติขับนายไชยามพวาน มั่นเพียรจิตต์ สส.กทม. เขตจอมทอง ออกจากพรรค หลังจากที่นายไชยามพวาน ได้แถลงข่าวขอโทษ ตามเงื่อนไขที่ระบุไว้ในหนังสือที่ได้ส่งไปให้ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่ง นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรค ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า เป็นการแถลงขอโทษที่ดูไม่จริงใจ

ล่าสุด นายชัยธวัช ได้แถลงถึงผลการประชุม ว่า จากกรณีที่ก่อนหน้านี้กรรมการบริหารพรรคได้มีมติที่จะกำหนดโทษต่อนายไชยามพวาน ที่พรรคได้เห็นว่า มีพฤติกรรมคุกคามทางเพศ และมีการพิจารณาลงโทษด้วยการตัดสิทธิ์พึงมีทั้งหมด ในฐานะสมาชิกพรรค และนอกจากนั้น ก็ยังได้กำหนดเงื่อนไขไว้ในการคาดโทษว่า จะต้องไม่กระทำซ้ำอีก 

และนอกจากนั้นต้องยังกำหนดให้นายไชยามพวานต้องแสดงความรับผิดและขอโทษต่อผู้เสียหาย และต่อสาธารณะ รวมถึงกำหนดว่า จะต้องมีการชดเชยเยียวยาให้กับผู้เสียหายและต้องยุติไม่ก่อความเสียหายให้กับผู้เสียหายทั้ง 3 ราย ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยคณะคณะกรรมการบริหารพรรคได้ทำหนังสือส่งไปให้อย่างเป็นทางการ

ซึ่งนายไชยามพวานก็ได้รับหนังสือ และแถลงในช่วงบ่ายวันที่ 3 พฤศจิกายน โดยการแถลงนายไชยามพวานได้พูดถึงหนังสือของมติกรรมการบริหารพรรคว่า ตนเองได้รับทราบแล้ว 

จากนั้นทางคณะกรรมการบริหารพรรค ได้ประชุมกันและพิจารณาถึงการแถลงของนายไชยามพวานว่า ไม่ได้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการบริหารพรรค แต่อย่างใด ด้วยเหตุผล ที่แม้ว่านายไชยามพวาน จะมีการกล่าวในทำนองที่ว่า พฤติกรรมของตนนั้นเป็นการคุกความทางเพศจริง ตนเองก็ยอมรับมติของพรรค แต่โดยเนื้อหาสาระหลักแล้ว กลับเป็นการนำข้อมูลของผู้เสียหายบางส่วน มาพยายามที่จะแก้ข้อกล่าวหาอีกรอบหนึ่งว่า ตนเองยังมีความสัมพันธ์อันดีกับผู้เสียหาย เพื่อจะบอกโดยนัยว่า ตนเองไม่ได้มีพฤติกรรม คุกคามทางเพศตามมติของพรรค

และการแถลงบางส่วนยังเป็นการเปิดเผยตัวตน เพื่อเชื่อมโยงไปยังผู้เสียหายได้ว่า เป็นใคร เช่นนั้นนอกจากจะเป็นการแสดงข้อความแล้ว ยังมีการกล่าวถึงเสื้อสูทและเนคไทที่ตัวเองใส่อยู่ขณะแถลงข่าวนั้น ได้รับจากคุณพ่อของผู้เสียหาย ซึ่งเป็นการแสดงว่าตนเองกับครอบครัวผู้เสียหายยังมีความสัมพันธ์อันดีกันอยู่ จนทำให้กรรมการบริหารพรรคเห็นว่า การแถลงของนายไชยามพวาน ไม่ได้เป็นไปตามคำสั่งและมติของกรรมการบริหารพรรค จึงนำมาสู่การประชุมในวันนี้ 

นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล

นายชัยธวัช ยังขอชี้แจงว่า หลังจากที่นายไชยามพวานได้แถลงเปิดตัวตนของผู้เสียหาย ซึ่งพรรคพยายามจะระมัดระวังในเรื่องนี้มาตลอด ทำให้ครอบครัวของผู้เสียหายรู้ว่า ลูกสาวตนเองเป็นผู้เสียหาย ตนจึงได้ไปเข้าพบกับครอบครัวของผู้เสียหาย ซึ่งคุณพ่อของผู้เสียหายก็ยืนยันว่า การที่เขาซื้อเนคไทและสูทให้นายไชยามพวานนั้น ไม่ได้เป็นการแสดงถึงความสำคัญส่วนตัวแบบที่ในลักษณะที่นายไชยามพวานต้องการจะสื่อ แต่เป็นการสนับสนุนพรรค ก้าวไกลที่สนับสนุนตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่ 

ส่วนการประชุมในวันนี้มีผู้มาร่วมประชุมรวม 128 คนเพราะมีบางคนติดภารกิจที่นัดหมายไว้ล่วงหน้าและไม่สามารถมาประชุม

“ที่ประชุมเห็นตรงเป็นเอกฉันท์ว่า การแถลงของนายไชยามพวาน เป็นการขัดต่อมติพรรค ไม่ได้มีการแสดงความรับผิดและขอโทษอย่างจริงใจและยังไปสร้างความเสียหายซ้ำให้กับผู้เสียหาย ในที่ประชุมจึงมีมติให้นายไชยามพวานพ้นจากสมาชิกพรรคตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”

ดังนั้น การที่ สส.ของพรรค ใน กทม. หายไป 1 เขต ที่ประชุมพิจารณาให้ สส.เขตใกล้เคียงได้ทำงานแทน คือ สส.เขตบางขุนเทียน นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ และ นางสาวรักชนก ศรีนอก สส.บางบอน เพื่อทำหน้าที่แทนในบางพื้นที่ทับซ้อนกัน

ส่วนในพื้นที่ปราจีนบุรี เขต 2 ยังมีพี่น้องประชาชนที่อยู่กับพรรค และยังยืนยันที่จะอยู่กับพรรคต่อ ดังนั้นเมื่อไม่มี สส.แล้ว จึงได้มอบหมายให้ นายอภิชาติ ศิริสุนทร สส.แบบบัญชีรายชื่อ และเลขาธิการพรรค ไปรับผิดชอบประเด็นที่ยังมีการแก้ปัญหาให้กับประชาชนโดยเฉพาะปัญหาเรื่องที่ดินและบ่อขยะและเรื่องมลพิษ

ส่วนกรณีของนายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี ขอชี้แจงว่าทาง นายวุฒิพงศ์ ได้ให้ข้อมูลซึ่งกระทบ และสร้างความเสียหายต่อพรรค โดยมีการแถลงให้ข้อมูลในทำนองว่า การที่ถูกขับออกจากพรรค เป็นเพราะว่า มีทีมงานของพรรคในจังหวัดปราจีนบุรี ไปรับผลประโยชน์จากบริษัทบ่อขยะ ซึ่งเป็นผู้ช่วย สส.ที่เป็นสัดส่วนของกรรมการบริหารพรรค จึงเป็นเหตุผลให้เขาถูกขับออกจากพรรค 

จากกรณีดังกล่าว นายชัยธวัช บอกว่า ทางผู้บริหารพรรครับทราบเรื่องข้อมูลที่ทาง สส.ปราจีนบุรีได้ร้องเรียน ซึ่งเป็นเหมือนการนำมาโต้แย้ง กรณีถูกกล่าวหาเรื่องคุกคามทางเพศ ว่า มีเหตุผลจูงใจมาจากประโยชน์ทางการเมือง ที่มีเจ้าหน้าที่ของพรรคได้รับผลประโยชน์ 

แต่เมื่อ ผู้บริหารพรรคได้รับทราบข้อมูลจากกรรมการวินัยซึ่ง สส.ปราจีนบุรีก็เคยนำเสนอเรื่องนี้กับกรรมการบริหารพรรคด้วย แต่กรรมการบริหารพรรคมองว่า เรื่องนี้ควรพิจารณาแยกออกจากกันหมายความว่าข้อเท็จจริงนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาเรื่องการคุกคามทางเพศแต่อย่างใด และพรรคไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะดำเนินการโดยได้แจ้งกับกรรมการวินัยแล้วว่าเมื่อพิจารณาการคุกคามทางเพศเสร็จต้องดำเนินการสอบเรื่องต่อเลย ซึ่งขณะนี้ผู้ช่วย สส.ที่ถูกกล่าวหากำลังบวชอยู่ ทางพรรคจึงรอให้สึกออกมาก่อนจึงจะดำเนินตามกระบวนการ

ยืนยันว่าการที่ ผู้ช่วย สส.ที่ถูกกล่าวหาว่าทุจริต เรื่องบอกกำจัดขยะไม่ได้ส่งผลต่อการพิจารณาเรื่องการคุกคามทางเพศเนื่องจากกรรมการบริหารพรรคที่ถูกกล่าวหา คือ นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ไม่ได้มีส่วนในการโหวตในขั้นตอนของกรรมการวินัย เพราะไม่ได้อยู่ในกรรมการวินัย และยังของดออกเสียงในชั้นกรรมการบริหารพรรคด้วยเพราะทราบดีว่าตนเองถูกกล่าวหาว่ามีความผิดในเรื่องนี้ 

นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี
นายวุฒิพงศ์ ทองเหลา สส.ปราจีนบุรี

นายชัยธวัช ยังยืนยันว่า นางสาวเบญจาไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในเรื่องร้องเรียนนี้และไม่ได้มีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับผู้ช่วย สส.คนดังกล่าว เพราะทางพรรคเป็นคนนำเสนอชื่อให้นางสาวเบญจาเป็นคนแต่งตั้งเอง 

อย่างไรก็ตามเมื่อเข้าสู่กระบวนการสอบสวนตอนนี้นางสาวเบญจาก็ได้นำรายชื่อของบุคคลที่ถูกกล่าวหาออกจากการเป็นผู้ช่วย สส.แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดความอคติหรือผลประโยชน์ทับซ้อนใดใดในการสอบสวนเรื่องนี้

ส่วนรายชื่อ สส. 22 คนที่ลงมติไม่ขับนายไชยามพวาน ออกจากพรรค นายชัยธวัช บอกว่า ไม่สามารถเปิดเผยได้ และได้กำชับในที่ประชุมว่า เมื่อลงมติไปแล้ว มีความคิดเห็นแตกต่างกันได้ แต่ขอให้ทุกคนไม่ออกมาโจมตีกล่าวหากัน เพราะพรรคให้แสดงความเห็นอย่างเต็มที่ แม้จะไม่เห็นตรงกันและมีพื้นที่ให้ทุกคนได้แสดงออกในความคิดเห็นของตนเองก็จะทำกันไม่ได้ต่อไป 

ดังนั้นอย่างน้อยตนในฐานะหัวหน้าพรรคขอให้ทุกคนไม่เอารายชื่อว่าใครโหวตอะไรที่ไม่ตรงกับตนเองมากล่าวหาโจมตีกัน ยืนยันว่า ไม่ได้เป็นการปกปิดแต่เป็นเรื่องกระบวนการของพรรค และการที่มีความเห็นแตกต่างกันเป็นประเด็นจากข้อเท็จจริงที่ชัดเจน

ส่วนกรณีที่นายวุฒิพงศ์ บอกว่ามีการใช้พวกมากลากไป ในการโหวต ขับ หรือไม่ขับออกจากพรรคนั้น ยืนยันว่า ไม่มี และเป็นพิจารณาตามข้อเท็จจริง ว่า 2 กรณีมีพฤติกรรมคุกคามทางเพศและผิดวินัยขั้นร้ายแรงของพรรคจริง เพียงแต่มีการพิจารณาว่า ทั้ง 2 กรณีมีข้อเท็จจริงที่ต่างกันในแง่ที่ว่า ข้อความที่ชัดเจนว่าในการใช้ตำแหน่งสถานะในฐานะที่เป็น ว่าที่ สส. สถานะที่ให้คุณให้โทษได้ และเหนือกว่าผู้เสียหายอย่างชัดเจน

แหล่งที่มา

Scroll to Top